Airdoc ตรวจพบโรคอะไรบ้าง?

Airdoc AI & จอประสาทตา

Airdoc ตรวจพบโรคอะไรบ้าง?
39 รอยโรคจอประสาทตาที่ AI วิเคราะห์ได้แม่นยำใน 5 นาที

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ เครื่อง Airdoc คือ “ตรวจพบโรคอะไรได้บ้าง?” คำตอบคือ Airdoc ใช้ AI Deep Learning วิเคราะห์ภาพถ่ายจอประสาทตาเพื่อคัดกรอง รอยโรคในจอตามากกว่า 39 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่โรคหลอดเลือด โรคเบาหวานขึ้นตา จุดรับภาพเสื่อม ต้อหิน ไปจนถึงโรคเส้นประสาทตา โดยทั้งหมดนี้สามารถรู้ผลได้ภายใน 5 นาที โดยไม่ต้องเจาะเลือดหรือขยายม่านตา — ทำให้ Airdoc ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่อาการจะปรากฏ

39+
รอยโรคจอตา

8 หมวด
กลุ่มโรคที่ครอบคลุม

5 นาที
รู้ผลทันที

ไม่เจ็บตัว
Non-Invasive 100%

👁️
ทำไมจอประสาทตาถึงบอกได้ว่าเป็นโรคอะไร?

หลักการทางการแพทย์เบื้องหลังเทคโนโลยี Airdoc

จอประสาทตา (Retina) คืออวัยวะเดียวในร่างกายที่สามารถมองเห็นหลอดเลือดและเส้นประสาทได้โดยตรงจากภายนอก โดยไม่ต้องผ่าตัด หลอดเลือดฝอยในจอตามีโครงสร้างเหมือนกันกับหลอดเลือดในสมอง หัวใจ ไต และอวัยวะสำคัญอื่นๆ ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติในร่างกาย ร่องรอยนั้นจะปรากฏที่จอตาก่อนเสมอ Airdoc AI ถูกออกแบบมาให้อ่านสัญญาณเหล่านั้นได้แม่นยำกว่าสายตามนุษย์ โดยเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลภาพจอตากว่า 20 ล้านภาพ

👁️ “Retina is the window to the body” — แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักกล่าวว่า “จอตาคือหน้าต่างของร่างกาย” เพราะโรคระบบหลายชนิดสามารถตรวจพบได้จากความเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดและเส้นประสาทในจอตาก่อนที่อาการอื่นๆ จะปรากฏ

📋
Airdoc ตรวจพบโรค ครบ 39 รายการ แบ่งเป็น 8 หมวด

รายละเอียดโรคทุกรายการที่ AI วิเคราะห์ได้จากภาพจอประสาทตา

โรคที่ Airdoc ตรวจพบได้ถูกจำแนกออกเป็น 8 หมวดหลักตามลักษณะทางพยาธิวิทยา ดังนี้:

🩸
หมวดที่ 1 — Vascular (โรคหลอดเลือดในจอตา)
โรคกลุ่มนี้เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่เลี้ยงจอตา ซึ่งมักสะท้อนถึงสุขภาพหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทั้งความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็งตัว และการอุดตัน ล้วนปรากฏร่องรอยที่ชัดเจนในภาพจอตา
Mild Arteriosclerosis (หลอดเลือดแข็งตัวเล็กน้อย)
Hypertensive Retinopathy ระดับปานกลาง-รุนแรง
Retinal Vein Occlusion (หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน)
Retinal Artery Occlusion (หลอดเลือดแดงจอตาอุดตัน)
Choroidal Hemangioma (เนื้องอกหลอดเลือดชั้น Choroid)

🔬
หมวดที่ 2 — Tumor-related (ความผิดปกติที่เกี่ยวกับเนื้องอก)
ความผิดปกติของขั้วประสาทตา (Optic Disc) บางชนิดเป็นสัญญาณของความดันในกะโหลกศีรษะที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากเนื้องอกในสมองหรือภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท
Disc Edema / Papilloedema (ขั้วประสาทตาบวม)
Optic Neuritis (ประสาทตาอักเสบ)
Anterior Ischemic Optic Neuropathy
Melanocytoma of the Optic Disk

🍬
หมวดที่ 3 — Diabetic (โรคจอตาจากเบาหวาน)
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดของโรคเบาหวาน และเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการตาบอดในผู้ป่วยวัยทำงาน Airdoc สามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้อย่างชัดเจน
Mild Non-Proliferative DR (ระยะเริ่มต้น)
Moderate Non-Proliferative DR (ระยะปานกลาง)
Severe Non-Proliferative DR (ระยะรุนแรง)
Proliferative DR (ระยะเส้นเลือดงอกใหม่)

🎯
หมวดที่ 4 — Macula (โรคบริเวณจุดรับภาพ)
Macula คือบริเวณศูนย์กลางของจอตาที่รับผิดชอบการมองเห็นส่วนตรงกลาง ความเสื่อมของบริเวณนี้ทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือ จดจำใบหน้า หรือขับรถได้ ถือเป็นหมวดที่มีโรคให้ตรวจจับมากที่สุด
Age-Related Macular Degeneration ระยะต้น-กลาง
AMD ระยะรุนแรง (Advanced Stage)
Macular Edema (จุดรับภาพบวมน้ำ)
Epiretinal Membrane (เยื่อหุ้มจอตาชั้นบน)
Macular Hole (รูจุดรับภาพ)
Central Serous Chorioretinopathy
Other Macular Lesions

🔵
หมวดที่ 5 — Myopic (โรคสายตาสั้นรุนแรง)
ผู้ที่มีสายตาสั้นมากกว่า -6 ดิออปเตอร์ มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของจอตาที่เรียกว่า Pathological Myopia ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวรได้
Tessellated Fundus (ลวดลายผิดปกติในจอตา)
Moderate & Severe Pathological Myopia Changes

⚠️
หมวดที่ 6 — Suspected Glaucoma (สงสัยต้อหิน)
ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคที่ทำลายเส้นประสาทตาอย่างเงียบๆ ไม่มีอาการเจ็บปวด และมักถูกตรวจพบเมื่อสูญเสียการมองเห็นไปแล้วกว่า 40% AI สามารถตรวจจับสัดส่วน Cup/Disc ที่ผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
Glaucoma / Abnormal Cup/Disc Ratio (สัดส่วนขั้วประสาทตาผิดปกติ)

🧠
หมวดที่ 7 — Optic Nerve & Vitreous (เส้นประสาทตาและวุ้นตา)
ความผิดปกติของเส้นประสาทตาและวุ้นตา อาจเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด การอักเสบ หรือการเสื่อมตามอายุ บางชนิดเชื่อมโยงกับความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง
Morning Glory Syndrome (ขั้วประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิด)
Optic Atrophy (เส้นประสาทตาฝ่อ)
Other Optic Neuropathy
Vitreous Degeneration (วุ้นตาเสื่อม)

🔬
หมวดที่ 8 — Others (โรคอื่นๆ ที่ตรวจพบได้จากจอตา)
กลุ่มโรคหายากและโรคเฉพาะทางอื่นๆ ที่ Airdoc AI สามารถตรวจจับได้ รวมถึงโรคที่เกิดจากพันธุกรรม การสะสมของเม็ดสี และภาวะหลอดเลือดผิดปกติในชั้น Choroid
Drusen / Abnormal Pigmentation
Choroidal Neovascularization (CNV)
Geographic Atrophy
Medullated Nerve Fibers of Retina
Retinitis Pigmentosa (จอตาเสื่อมแบบสีผิดปกติ)
Coats’ Disease
Vogt-Koyanagi-Harada Syndrome
Posterior Pole Retinal Detachment
Retinal Hemorrhage (เลือดออกในจอตา)
Retinal Laser Spot (รอยเลเซอร์บนจอตา)
Congenital Coloboma of Choroid

📊 สรุปภาพรวม: Airdoc ตรวจพบรอยโรคได้ครบ 39 รายการ ใน 8 หมวดหลัก ครอบคลุมตั้งแต่โรคที่พบบ่อยอย่างเบาหวานขึ้นตาและจุดรับภาพเสื่อม ไปจนถึงโรคหายากอย่าง Vogt-Koyanagi-Harada Syndrome และ Coats’ Disease — ทั้งหมดนี้จากการถ่ายภาพจอตาเพียงครั้งเดียว

Airdoc ตรวจพบโรคเหล่านี้ก่อนอาการ — ทำไมถึงสำคัญ?

ประโยชน์ของการรู้ผลล่วงหน้าก่อนที่โรคจะลุกลาม

การที่ Airdoc ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาอย่างมาก เพราะโรคหลายชนิดในรายการข้างต้นไม่มีอาการในระยะแรก:

  • 👁️ เบาหวานขึ้นตา — ไม่มีอาการในระยะ Mild-Moderate NPDR แต่หากพบเร็วสามารถหยุดการลุกลามได้ถึง 90% ด้วยการรักษา
  • 🎯 จุดรับภาพเสื่อม (AMD) — ระยะ Early Stage ไม่มีอาการชัดเจน การตรวจพบเร็วช่วยให้ใช้วิตามิน AREDS2 ชะลอโรคได้
  • ⚠️ ต้อหิน (Glaucoma) — สูญเสียการมองเห็น 40% โดยไม่รู้ตัวก่อนพบแพทย์ AI ตรวจจับ Cup/Disc Ratio ผิดปกติก่อนอาการ
  • 🩸 ความดันโลหิตสูงในจอตา — เป็นสัญญาณเตือนของความดันโลหิตสูงที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย ลดความเสี่ยง Stroke ได้ทันที
  • 🧠 ขั้วประสาทตาบวม (Papilledema) — สัญญาณเตือนฉุกเฉินของความดันในกะโหลกศีรษะสูง อาจเกี่ยวข้องกับเนื้องอกในสมอง
  • 🔵 Pathological Myopia — ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของจอตาในผู้มีสายตาสั้นมาก ก่อนที่จอตาจะหลุดลอก

🚀
เครื่อง Airdoc ช่วยจัดการโรคเหล่านี้ได้อย่างไร?

จากการตรวจพบ ไปสู่การส่งต่อรักษาอย่างทันท่วงที

การที่ Airdoc ตรวจพบโรคได้ครอบคลุม 39 รายการ ไม่ได้หมายความว่าจะรักษาโรคเหล่านั้นได้โดยตรง แต่ทำหน้าที่สำคัญในฐานะ ระบบเฝ้าระวังเชิงรุก (Proactive Screening) ที่เปลี่ยนเส้นทางจาก “รอให้มีอาการก่อนแล้วค่อยรักษา” ไปสู่ “รู้ก่อน รักษาได้ผลกว่า”

กระบวนการทำงานของ Airdoc — ตั้งแต่ตรวจจนถึงรักษา
ครบวงจร
5 นาที
1
ถ่ายภาพจอตาด้วย Fundus Camera ความละเอียดสูง
ใช้เวลา 60 วินาที ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องหยอดยาขยายม่านตา ไม่ต้องอดอาหาร เหมาะกับทุกช่วงอายุตั้งแต่วัยทำงานจนถึงผู้สูงวัย

2
AI วิเคราะห์ 39 รอยโรคพร้อมกันใน 3–5 นาที
โมเดล Deep Learning เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลภาพกว่า 20 ล้านภาพ ระบุรอยโรคที่พบและระดับความรุนแรง พร้อม Risk Score แยกรายโรค

3
รายงานผลฉบับสมบูรณ์ พร้อมคำแนะนำเบื้องต้น
ระบุชัดว่าพบรอยโรคอะไร ระดับความรุนแรงเท่าไร และแนะนำว่าควรพบแพทย์เฉพาะทางใดต่อไป เช่น จักษุแพทย์ อายุรแพทย์ หรือแพทย์ระบบประสาท

4
ส่งต่อแพทย์เฉพาะทางเพื่อยืนยันและรักษา
Airdoc ทำหน้าที่คัดกรองและส่งต่อ แพทย์เฉพาะทางจะทำการยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนรักษาต่อ การรู้ก่อนทำให้รักษาได้เร็วขึ้นและผลลัพธ์ดีกว่ามาก

🏢
สำหรับองค์กร — ตรวจสุขภาพพนักงาน

ตรวจสุขภาพตาและ NCDs พนักงานทั้งองค์กรได้รวดเร็ว 1 คน/5 นาที ลดการขาดงานจากโรคเรื้อรัง วางแผน Health Benefit ได้อย่างมีข้อมูล

👤
สำหรับบุคคล — ตรวจสุขภาพเชิงรุก

เหมาะสำหรับผู้อายุ 40 ปีขึ้นไป ผู้เป็นเบาหวาน ความดัน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคตา ควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

👁️ Airdoc ตรวจพบโรคจอตา 39 รายการ — ก่อนที่คุณจะรู้สึกถึงอาการใดๆ

โรคตาส่วนใหญ่ในรายการข้างต้นไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจคัดกรองล่วงหน้าจึงเป็นวิธีเดียวที่จะรู้ก่อนและรักษาได้ผล อย่ารอให้การมองเห็นเสื่อมลงก่อนแล้วค่อยมาตรวจ

คลิกที่นี่เพื่อจองคิวตรวจด้วยเครื่อง Airdoc จาก AI Wise Solution — รู้ผลใน 5 นาที

Airdoc ตรวจพบ 39 โรค
AI แม่นยำสูง
5 นาที รู้ผลทันที
ไม่เจ็บตัว ไม่ขยายม่านตา


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Airdoc ตรวจพบโรค

FAQ — ข้อสงสัยที่พบบ่อยก่อนเข้ารับบริการ

Q: Airdoc ตรวจพบโรคตาได้กี่โรค และโรคอะไรบ้าง?

A: เครื่อง Airdoc สามารถวิเคราะห์รอยโรคในจอประสาทตาได้มากกว่า 39 รายการ แบ่งเป็น 8 หมวดหลัก ได้แก่ โรคหลอดเลือดในจอตา โรคที่เกี่ยวกับเนื้องอก โรคเบาหวานขึ้นตา (4 ระดับ) โรคบริเวณจุดรับภาพ (Macula 7 รายการ) สายตาสั้นรุนแรง ต้อหิน โรคเส้นประสาทตาและวุ้นตา และโรคอื่นๆ อีก 11 รายการ

Q: Airdoc ตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นได้จริงหรือไม่?

A: ได้ครับ นั่นคือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ Airdoc โรคหลายชนิดเช่น เบาหวานขึ้นตาระยะ Mild NPDR จุดรับภาพเสื่อมระยะต้น และต้อหิน ไม่มีอาการในระยะแรก แต่ AI สามารถตรวจจับรอยโรคที่ซ่อนอยู่ได้จากการวิเคราะห์ภาพจอตาอย่างละเอียด ด้วยความแม่นยำ AUC สูงกว่า 0.88 ตามงานวิจัยนานาชาติ

Q: หาก Airdoc ตรวจพบโรค ต้องทำอย่างไรต่อ?

A: รายงานผลจาก Airdoc จะระบุว่าพบรอยโรคอะไรและระดับความรุนแรง พร้อมคำแนะนำว่าควรพบแพทย์เฉพาะทางใด เช่น จักษุแพทย์เพื่อตรวจยืนยันและวางแผนรักษา Airdoc ทำหน้าที่คัดกรองเบื้องต้น แพทย์เฉพาะทางจะยืนยันการวินิจฉัยและรักษาต่อ

Q: โรคเบาหวานขึ้นตาที่ Airdoc ตรวจพบ มีกี่ระดับ และต่างกันอย่างไร?

A: Airdoc แบ่งเบาหวานขึ้นตาออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ (1) Mild NPDR เริ่มมีจุดเลือดออกเล็กน้อย ยังไม่กระทบสายตา (2) Moderate NPDR มีการรั่วของหลอดเลือดมากขึ้น (3) Severe NPDR มีบริเวณขาดเลือดกว้าง และ (4) Proliferative DR เส้นเลือดงอกใหม่ผิดปกติ เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น การรู้ระดับที่แน่นอนช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสม

Q: ต้องตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน เพื่อให้ Airdoc ตรวจพบโรคได้ทันท่วงที?

A: สำหรับคนทั่วไปที่อายุ 40 ปีขึ้นไปหรือมีปัจจัยเสี่ยง NCDs แนะนำตรวจปีละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจทุก 6–12 เดือนตามที่แพทย์แนะนำ ระบบ Airdoc เก็บประวัติผลการตรวจทุกครั้ง ทำให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ


แชร์บทความ:

Facebook
Twitter
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

AIRDOC

เบาหวานขึ้นตา อาการเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม และคัดกรองด้วย Airdoc AI

เบาหวานขึ้นตาระยะแรกแทบไม่มีอาการ แต่ถ้าปล่อยไว้อาจตาบอดถาวร รู้จักสัญญาณเตือน 4 ระยะ วิธีป้องกัน และคัดกรองด้วย Airdoc AI ใน 5 นาที

อ่านเพิ่มเติม »

ร่วมงานกับเรา